วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

3.ต้นตาล


ตาล เป็นพันธุ์ไม้พวกปาล์มขนาด ใหญ่ สกุล (Genus) Borassus ในวงศ์ (Family) Palmae เป็นปาล์มที่ แข็งแรงมากชนิดหนึ่ง และเป็นปาล์มที่แยกเพศกันอยู่คนละต้น ต้นสูงถึง 40 เมตร และโตวัดผ่ากลางประมาณ 60 ซม. ลำต้นเป็นเสี้ยนสีดำแข็งมาก แต่ไส้กลางลำต้นอ่อน
บริเวณโคนต้นจะมีรากเป็นกลุ่มใหญ่ ใบเหมือนพัดขนาดใหญ่ กว้าง 1 – 1.5 เมตร มีก้านเป็นทางยาว 1 – 2 เมตร ขอบของทางของก้านทั้งสองข้าง มีหนามเหมือนฟันเลื่อยสีดำแข็ง ๆ และคมมาก
โคนก้านแยกออกจากกันคล้ายคีมเหล็กโอบหุ้มลำต้นไว้ ช่อดอกเพศผู้ใหญ่ รวมกันเป็นกลุ่มคล้ายนิ้วมือ เราเรียกว่านิ้วตาลแต่ละนิ้วยาวประมาณ 40 ซม. และโตวัดผ่า กลางประมาณ 1.5 – 2 ซม. โคนกลุ่มช่อจะมีก้าน ช่อรวมและมีกาบแข็ง ๆ หลายกาบหุ้มโคนก้านช่ออีกทีหนึ่ง ช่อดอกเพศเมียก็คล้าย ๆ กัน แต่นิ้วจะเป็นปุ่มปม ปุ่มปมคือดอกที่ติดนิ้วตาล ดอกหนึ่ง ๆ โตวัดผ่ากลางประมาณ 2 ซม. และมีกาบแข็ง ๆ หุ้ม แต่ละดอก กาบนี้จะเติบโตไปเป็นหัวจุกลูกตาลอีกทีหนึ่ง ผลกลมหรือรูทรงกระบอกสั้น ๆ โตวัดผ่ากลางประมาณ 15 ซม. ผลเป็นเส้นใยแข็งเป็นมัน มักมีสีเหลืองแกมดำคล้ำเป็นมันหุ้มห่อเนื้อเยื่อสีเหลืองไว้ภายใน ผลหนึ่ง ๆ จะมีเมล็ดใหญ่แข็ง 1 – 3 เมล็ด

2.ผักบุ้ง

ผักบุ้ง มีวิธีการปลูกง่าย ๆ ถ้าเป็นผักบุ้งจีน เอาเมล็ดพันธุ์ผักบุ้ง จีนมาแช่น้ำเอาไว้ เอาผ้าห่อเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งชุบน้ำให้เปียกชุ่ม โดยตลอดซัก 1 คืนหรือ 2 คืน ก็ได้ ต่อจากนั้นก็เอาไปหว่านในแปลงที่ขุด พรวนดินเอาไว้ ผสมกับปุ๋ยคอกพอสมควร หว่านเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งให้ทั่วกัน อย่าให้หนาเกินไป หว่านพอห่างๆ เอาฟางแห้งว่างลงไปทับเอาไว้บนดิน ให้คลุมบางๆเพื่อป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไปเร็วนัก รดน้ำให้ชุ่มพอสมควร รดน้ำเช้าเย็น รอเวลาไม่กี่วันก็จะเห็นว่ามีผักบุ้งออกมาให้เห็นแล้ว

การบำรุงรักษา: ยังคงรดน้ำทุกวัน เช้า เย็น พอเห็นว่าต้นโตพอที่จะเก็บก็เอามีดมาตัดที่โคนต้น แต่ว่าการที่เราตัดโคนเอาเฉพาะต้นผักบุ้งมานั้น ยังทำให้ต้นผักบุ้งแตกยอดออกมาได้อีกด้วย สามารถที่จะเก็บได้หลายๆครั้งด้วยกัน

ถ้าเป็นผักบุ้งไทย เอาต้นผักบุ้งไทยมา ปลูกลงในดิน แล้วรดน้ำก็ได้ ผักบุ้งจะเจริญงอกงามได้ดีไม่ต้องเพาะเมล็ดเหมือนผักบุ้งจีน แต่จะต้องรดน้ำเช้าเย็นด้วย ผักบุ้งชอบน้ำอยู่แล้ว ขอให้มีน้ำรดให้ชุ่มก็เจริญงอกงามได้ดีเสมอ และถ้าจะให้ดีก็จะต้องให้อาหารหรือปุ๋ยคอกพอสมควร กรณีที่มีบ่อน้ำ คูน้ำ ท้องร่องหรือสระน้ำ เอาผักบุ้งไทยมาปลูกไว้ริมน้ำก็ได้ เห็นอย่างนี้แล้วคงไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมผักชนิดนี้ถึงได้อยู่คู่ครัวไทยมานาน

1.ต้นทานตะวัน

ไม้ดอกประดับบ้าน พืชอาหาร สมุนไพร
แก่นตะวัน (Jerusalem artichoke)

แก่นตะวัน (Jerusalem artichoke)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus tuberosus L. มี ดอกคล้ายบัวตอง มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ชื่อเรียก Jerusalem artichoke มักจะสับสนกับพืชอีกชนิดหนึ่ง คือ Globe artichoke (Cynara scolymus) ซึ่งใช้ดอกรับประทานเป็นผักสด Jerusalem artichoke พืชนี้มีถิ่นกำเนิดในแถบหนาวของทวีปอเมริกาเหนือ แต่มีชื่อนำว่า Jerusalem ก่อ ให้เกิดความ เข้าใจผิดว่ามีถิ่นกำเนิดแถบตะวันออกกลาง มีความสามารถปรับตัวได้ดีในเขตร้อน มีความแข็งแกร่งทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมาก จึงให้ชื่อนำหน้าพืชนี้ว่า b และเป็นพืชที่ใกล้ชิดกับทานตะวัน จึงให้ชื่อพืชชนิดใหม่นี้ว่า "แก่นตะวัน" พืชนี้จัดเป็นพืชหัว พืชอาหารเพื่อสุขภาพ พืชสมุน ไพรสัตว์ พืชพลังงานทดแทน และพืชเพื่อการท่องเที่ยว

การนำไปใช้ประโยชน์
หัวใช้เป็นอาหารประเภทผัก หัวสดมีรสชาติคล้ายแห้ว นำมาประกอบ อาหารคาว หวาน ได้หลายชนิด หัวเป็นแหล่งสะสมของอินนูลิน (inulin) ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลฟรุ๊คโตสที่ต่อกันเป็นโมเลกุลยาว เมื่อเก็บหัวแก่นตะวันไว้ในห้องเย็นจะทำให้หัวแก่นตะวันมีความหวานมากขึ้น "อิน นูลิน" มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน ลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ สร้างภูมิคุ้มกันโรค อินนูลิน เป็นสารเยื่อใยอาหาร ไม่ถูกย่อยในกระเพาะ และลำไส้เล็ก จึงอยู่ในระบบทางเดินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ไม่มีความรู้สึกหิว กินอาหารได้น้อยลงจึงช่วยลดความอ้วนได้ และลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ จึงนับว่าเป็นพืชอาหารเพื่อสุขภาพ หัว ใช้เสริมในอาหารสัตว์ มีผลต่อการเจริญเติบโต ลดจุลินทรีย์ที่เป็นโทษในระบบทางเดินอาหาร สร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ลดการใช้สารปฏิชีวนะ และมูลสัตว์มีกลิ่นเหม็นน้อยลง จึงถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรในสัตว์ นอกจากนั้น หัวใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์ หัวสด 1 ตัน สามารถผลิตเอทานอล ที่บริสุทธิ์ 99.5% ได้ 100 ลิตร นำไปผสมเบนซิน เพื่อผลิตแก๊สโซฮอล์ จึงจัดเป็นพืชพลังงานทดแทนได้ด้วย แก่นตะวันจะมีดอกบานเมื่ออายุประมาณ 60 วัน และทั้งแปลง ปลูกจะมีต้นทยอยออกดอกได้นานประมาณ 2 เดือน ดอกมีสีเหลืองคล้ายบัวตอง มีความสวยงามไม่แพ้ทุ่งบัวตอง หรือทุ่งทานตะวันเลยทีเดียว จึงนับได้ว่าเป็นพืชที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้