วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

167.เถาขี้กาขาว


ขี้
กาขาว สมุนไพร ผลขี้กาขาวมีลักษณกลมและโต มีผลขนาดเท่าผลมะนาว
เมื่อผลสุกจะมีสีแดง



ชื่อวิทยาศาสตร์ :
Trichosanthes cordata Roxb.


ชื่อสามัญ :
-


ชื่อวงศ์ :
CUCURBITACEAE


ชื่อสมุนไพรอื่น ๆ : ขี้
กาขาว เถาขี้กา


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :


ต้น : สมุนไพร ใบสดของขี้กาขาวใช้ตำสุมขม่อมเด็กเวลาเย็นรักษาอาการคัดจมูกได้ดี
ใช้ปรุงเป็นยา" href="http://www.csamunpri.com/herbals/">สมุนไพรขี้กาขาว
เป็น
พรรณไม้เถาเลื้อยตามพื้นดิน
เถาจะกลมและโตขนาดเท่าก้านไม้ขีดหรือโตกว่าเล็กน้อย
ตามข้อของเถาจะมีมือเกาะ


เถาและใบ : เถาและใบขี้
กาขาว
จะมีขนหนากลมโต ดูผิวเผินแล้วจะคล้ายฟักเขียว
แต่เถาและใบจะเล็กว่า ไม่กลวง

166.ต้นกระบือ7ตัว


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Excoecaria
Bicolor Hassh.


ชื่อสามัญ :
Picara


ชื่อวงศ์ :
Euphorbiaceae


ชื่อพืชสมุนไพร ยาสมุนไพร สมุนไพรไทย ดอกไม้ สปา อโรม่า" href="http://www.csamunpri.com/">สมุนไพรอื่น ๆ : กระบือ
เจ็ดตัว (ภาคกลาง), บัวรา (ภาคเหนือ), ลิ้นกระบือ, แสงแดดจัดหรือกลางแจ้ง,
กระเบือ, ลิ้นกระบือขาว, กำลังกระบือ ตาตุ่มไก่, ตาตุ่มนกกระทู้เจ็ดแบก,
ใบท้องแดง


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:



  • ต้น: สมุนไพรกระบือ
    เจ็ดตัว
    เป็นไม้พุ่มยืนต้น สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นสีเขียวอมม่วงแดง
    แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่นทึบ

  • ใบ: ใบเดี่ยว
    เรียงตรงข้าม ใบรูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 2-4.5 เซนติเมตร ยาว 4-13 เซนติเมตร
    ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบจักฟันซี่เกือบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน
    ผิวใบด้านล่างสีม่วงแดงหรือม่วง

  • ดอก: ดอกกระบือเจ็ด
    ตัว
    มีสีเหลืองอมเขียว ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง
    ช่อดอกยาว 1- 2 เซนติเมตร ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น
    ช่อดอกเพศผู้มีดอกเล็กๆจำนวนมาก
    ดอกเพศเมียสั้นกว่าช่อดอกเพศผู้และมีต่อมเล็ก ๆ กลีบดอก 3 กลีบ

  • ผล: ผลแห้งแตก
    ค่อนข้างกลม มีขนาดเล็ก มี 3 พู

การขยายพันธุ์:
เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง


ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ
กระพี้และเนื้อไม้

165.ต้นกระโดน


ต้น กระโดน

ชื่อพื้นเมือง กะนอน ขุย แซงจิแห๊อะบะ ปุย ปุยกระโดน หูกวาง ปุยขาว

ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 6-10 เมตรผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบดดยมากลำต้นมักเตี้ย กิ่งก้านสาขามาก เปลือกหนา สีเทา

ดอก สีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกเดี่ยวๆ หรือเป็นกระจุกๆละ 2-3 ดอก สีแดงปลายขาว ดอก ออก ธ.ค-ก.พ

ผล ผลสดแบบมีเนือหลายเม้ด ทรงกลม อวบนำขนาด 5-7 ซม. ผลออก มี.ค-พ.ค

ด้านภูมิทัศน์ ทรงพุ่มกลมทึบ ใบใหญ่ ปลูกในสวนจะมองเห็นแต่ไกลว่าทรงพุ่มเด่น

ประโยชน์ เปลือกทำเชือก ใบรักษาแผล ดอกเป็นยำบำรุง ใบอ่อนรับประทานได้

164.เถาตาปลา


ชื่อวิทยาศาสตร์ Derris scandens Benth.FABACEAE

ชื่ออื่น
เครือเขาหนัง เถาตาปลา พานไสน

รูปลักษณะ
ไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ ยอดอ่อนมีขนนุ่น มีใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 1- 2.5 ซม. ยาว 3 - 5 ซม.

เถาวัลย์เปรียง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Derris scandens หรือที่รู้จักในชื่อท้องถิ่นว่า เถาตาปลา, เครือตาปลา, เครือเขาหนัง เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Leguminosae มีคุณสรรพคุณเป็นยาแก้ปวดเมื่อย แก้กระษัย แก้เส้นเอ็นขอด และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ จากรายงานวิจัยพบว่า เถาวัลย์เปรียง มีสาระสำคัญที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม Flavonoid glycoside ที่มีชื่อว่า scadenin, nallanin

โดยสารสกัดจากลำต้นของเถาวัลย์เปรียงนั้นมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด, ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาบรรเทาปวดลดการอักเสบประเภทสเตียรอยด์ ที่เป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อรักษาโรคปวดหลังปวดกล้ามเนื้อและปวดตามข้อได้

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

163.ต้นกันเกา


ชื่อวิทยาศาสตร์         Fragraea fragrans Roxd
ชื่อสกุลไม้ กันเกรา        Fragraea Thumb.

ชื่อพื้นเมือง: ตำเสา(ไทย เกาะพงัน ตรัง) ทำเสา (นราธิวาส) มันปลา (กบินทร์บุรี) เป็นต้น
ลักษณะทั่วไป: เป็น ไม้ที่มีรูปทรงต้นเปลาตรง เรือนยอกเป็นรูปเจดีย์  มีใบเขียวตลอดปีให้ร่มเงาได้ดี เป็นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบสูง 8-30 ม.
ดอก: ออก เป็นช่อกระจะแยกแขนงตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ยาว 5 - 10 ซม. ก้านดอกสั้นๆ มีดอกออกหนาแน่นเป็นกระจุกบนช่อสั้นๆที่ปลายกิ่ง ดอกกลิ่นหอมเย็นๆ เมื่อดอกเริ่มบานจะสีขาวต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ใกล้จะร่วงสีเหลืองเข้มขึ้น

 ผล : ผลกลมมีเนื้อขนาดเล็กรวมกันเป็นช่อดอก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6-8 มม. มีติ่งแหลมสั้นๆ อยู่ตรงปลายสุด เมื่อกแผลังไม่แยกออกจากกัน ผมอ่อน สีเขียว ผมแก่ไม่แตก เมื่อแก่เต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดนก

ขยายพันธุ์ นิยมเพราะกล้าจาก เมล็ด การปักชำทำได้

ด้านสมุนไพร และ สรรพคุณ:  คือ เปลืก บำรุงโลหิต แก้ผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน ขับลม แก้ไข้ แก้ปวดตามข้อ  และเป็นยาอายุวัฒนะได้อีกด้วย

คนโบราณเชื่อว่า: บ้านใดปลูก ต้นกันเกราไว้ประจำบ้านจะช่วยป้องกันภัยอันตรายต่างๆ และ กันเกราเป็น 1ใน 9ชนิดที่คนไทยใช้สร้างบ้านเวลาลงเสา เอก..